คำถามที่พบบ่อย

ที่ผ่านมาผลสำเร็จของงานมีมากน้อยเพียงใด ?

  • ผู้ว่าจ้างควรทำความเข้าใจในคำว่าผลสำเร็จ ให้ตรงกับผู้รับจ้างก่อนว่าหมายถึงอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจ้างติดตามพฤติกรรมของบุคคลในเรื่องส่วนตัว เช่น กรณีสงสัยว่าสามีมีกรรยาน้อย แต่จากการติดตามเฝ้าดูไม่ปรากฏว่ามิภรรยาน้อย ซึ่งไม่ตรงกับใจของผู้ว่าจ้างที่ปักใจเต็มที่จนยอมเสียเงินจ้างทั้งๆ ที่ผู้รับจ้างมีหลักฐานชัดเจนว่า ได้ติดตามเฝ้าดูจริงอย่างละเอียดแล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่ได้ผล แต่ผู้รับจ้างถือว่าได้ผลงานสมบูรณ์แล้ว เป็นต้น ซึ่งกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งคือ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่มีหน้าที่ที่จะหาข้อมูลให้ตรงกับใจผู้ว่าจ้าง

           อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่าผลสำเร็จของงานที่ผ่านมาสูงมากเกิน 90% เพราะเราได้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการทำงาน โดยประเมินแล้วว่ามีโอกาสสำเร็จผลสูงมากพอจึงจะรับทำงางาน เราจะไม่รับทำงานประเภท Mission impossible

    17 มิถุนายน 2568

การที่ผู้ว่าจ้างตกลงตัดสินใจจ้างเนื่องจากความข้องใจสงสัยในพฤติกรรมของบุคคล หรือจากความรู้สึกว่าตนกำลังเกิดความเสียหายจากการกระทำของคนอื่น ผลสุดท้ายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ผู้ว่าจ้างสงสัย หรือรู้สึกเช่นนั้นหรือไม่ ?

  • 1. กรณีดูพฤติกรรมของบุคคลทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการทำงาน ประมาณมากกว่า 95% เป็นไปตามที่สงสัย เพียงแต่ข้อมูลที่พบอาจแตกต่างในรายละเอียดบ้าง
    2. ความรู้สึกว่าเสียหาย เช่น การกระทำทุจริตของพนักงานหรือการละเมิดลิขสิทธิ์เกือบ 100% เป็นไปตามนั้น เพราะผู้ว่าจ้างเกือบทั้งหมดเป็นองค์กรและพบเหตุเสียหายบ้างแล้วจึงตกลงใจว่าจ้าง

    17 มิถุนายน 2568

เมื่อตัดสินใจจะว่าจ้างจะต้องให้ข้อมูลอะไรบ้าง ?

  • 1. ถ้าเป็นงานลักษณะติดตามดูพฤติกรรมหรือสิบหาคนหายหรือการถ่ายภาพบุคคล หรือตรวจสอบฐานะ
          > ให้รายละเอียดตัวบุคคลเป้าหมายมากที่สุดที่จะทำได้ เช่น ลักษณะรูปพรรณ อายุ ส่วนสูง สีผิว ลักษณะพิเศษ รวมทั้งรูปถ่าย (ถ้ามีในกรณีดูพฤติกรรม) ยกเว้นเป็นบุคคลมีซื่อเสียงที่รู้จักกันทั่วไป
          > พาหนะที่ใช้ ยี่ห้อ รุ่น สี หมายเลขทะเบียน ลักษณะพิเศษ (สติ๊กเกอร์ เสาอากาศ ฯลฯ)
          > ที่พักและ/หรือที่ทำงานหรือเคยอยู่เคยทำงานอย่างละเอียดรวมทั้งแผนที่ [ถ้าทำได้]
          > พฤติกรรมทั่วไป เช่น วันเวลาทำงานหรือสิ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำรวมทั้งข้อสงสัย หรือข้อมูลใดที่จะเป็นประโยชน์ในการสืบสวน
          > วัตถุประสงค์อย่างซัดเจนว่าต้องการทราบอะไร เช่น พฤติกรรมด้านชู้สาว หรือพฤติกรรมด้านการทำงานหรือประกอบธุรกิจอื่น ที่อาจขัดแย้งกับการทำงานปกติ เป็นต้น
    2. ถ้าเป็นลักษณะการสืบสวนอย่างอื่น เช่น การสืบหาผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ สืบสวนการทุจริตในองค์กรหรือการสืบสวนที่มีลักษณะซับซ้อน หรืออาจต้องใช้วิธีการสืบสวนหลายวิธี
          > ควรเล่าเรื่องรายละเอียดให้ฟังทั้งหมด โดยอาจสมมุติชื่อบุคคลและสถานที่ก่อนก็ได้ เมื่อ
    ตกลงจ้างกันแน่นอนแล้วจึงค่อยให้ข้อมูลจริง ซึ่งผู้รับจ้างจำเป็นต้องซักถามข้อมูลเพิ่มเติมในระหว่างการเจรจาตกลง เพราะอัตราค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับวิธีสืบสวนและความยากง่ายรวมทั้งระยะเวลา

    17 มิถุนายน 2568

จะเชื่อได้อย่างไรว่านักสืบได้ทำงานให้จริง ?

  • เป็นเรื่องไม่ยากในการตรวจสอบ เช่น ถ้าเป็นงานลักษณะการติดตามดูพฤติกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป้าหมายและผู้ว่าจ้างจะรู้จักและพบเห็นกันอยู่ทุกวันหรือแทบทุกวัน ผู้ว่าจ้างก็อาจสอบถามผู้รับจ้างได้ว่าวันนั้น เป้าหมายแต่งตัวอย่างไรหรือขับรถอะไร เป็นต้น หรือถ้าเป็นงานลักษณะอื่น เช่น สืบสวนหาแหล่งผลิตสินค้าปลอม หรือการละเมิดลิขสิทธิ์ การรายงานความคืบหน้าของงานย่อมทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถวิเคราะห์ได้ว่าทำงานจริงหรือไม่ ประกอบกับหลักฐานต่างๆ เช่น ภาพถ่ายหรือวิดีโอเทปหรือเทปบันทึกเสียง เป็นต้น โดยเฉพาะการสรุปงานนั้น จำเป็นต้องมีหลักฐานประกอบตามสมควร (ดูหัวข้อวิธีการว่าจ้าง)

    17 มิถุนายน 2568

ท่านมีมาตรการใดที่จะป้องกันความลับของลูกค้าในการจ้างงานสืบสวนบ้าง ?

  • 1. ตามปกติทางบริษัทจะรับข้อมูลจากลูกค้า โดยตัวของผู้จัดการฝ่ายสืบสวนเอง เพียงคนเดียวเท่านั้นโดยถ้าเป็นการติดต่อทางโทรศัพท์พท์จะมีระบบป้องกันการดักฟังด้วย
    2. พนักงานที่ปฏิบัติงานนั้นจะรู้ข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็นพอที่จะทำงานได้เท่านั้น และจะไม่รู้เลยว่างานนั้นใครเป็นผู้ว่าจ้าง
    3. บริษัทถือว่าข้อมูลของลูกค้ารวมทั้งข้อมูลของเป้าหมายเป็นความลับสุดยอด พนักงานทุกคนได้รับการอบรมอย่างหนักให้ยึดถือเป็นสิ่งแรกในการเข้าเป็นพนักงานบริษัท มีการทดสอบมีการประเมินผล และมีโทษในการเปิดเผยความลับไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ เพียงสถานเดียวคือไล่ออกรวมทั้งการดำเนินคดีอาญาในทุกกรณีที่ทำได้
    4.มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติในการรักษาความลับและความปลอดภัย อย่างละเอียดและเคร่งครัดทั้งการบันทึก การเก็บและการทำลายรวมทั้งวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับความลับ
    5. อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการสืบสวนโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับ การบันทึกหลักฐาน เช่น อุปกรณ์บันทึกเสียง อุปกรณ์บันทึกภาพ ฯลฯ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสูง หรือมีราคาสูง โดยมีระบบการรักษาความปลอดภัยและระบบบันทึกการใช้และระบบการตรวจสอบในตัวเอง ยากที่พนักงานจะคัดลอกข้อมูลหรือนำออกไปใช้ในทางทุจริต
    6. การติดต่อกับบริษัทจะมีรหัสให้แก่ลูกค้า เพื่อมิให้พนักงานของบริษัทผู้รับโทรศัพท์ ทราบว่าลูกค้าเป็นใคร และมิให้เป้าหมายหรือผู้อื่นแอบอ้างตรวจสอบการจ้างได้
    7.ลูกค้าสามารถตกลงจ้างได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวว่าเป็นใคร ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน

    17 มิถุนายน 2568

เป้าหมายที่ทำการสืบสวนจะรู้ตัวหรือไม่และจะมีผลร้ายกลับมาที่ผู้ว่าจ้างหรือไม่ ?

  • เป้าหมายมีโอกาสรู้ตัวแต่มีโอกาสน้อยมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น
       > ลักษณะงานสืบสวนบางประเภท เช่น การสะกดรอยที่สภาพพื้นที่ในการเฝ้าติดตามยากลำบากแก่พนักงานที่ติดตาม  และใช้เวลาการติดตามต่อเนื่องยาวนาน เป็นต้น
       > เป้าหมายมีประสบการณ์เคยถูกติดตามจนรู้ตัวมาก่อน หรือลักษณะข้อมูลที่ต้องการนั้น ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น จำเป็นต้องทำโดยวิธีเสี่ยงต่อการที่เป้าหมายจะรู้ตัวเท่านั้น
       > เป้าหมายมีลักษณะนิสัยหรือพฤติกรรมที่ผิดแปลกจากปุถุชนทั่วไป ซึ่งอาจทำให้พนักงานสืบสวนต้องกระทำสิ่งผิดปกติเหมือนกันจนสังเกตเห็นได้ เช่น ขับรถเร็วมากผิดปกติหรือขับรถแทรกแซงและฝ่าฝืนกฎจราจรตลอดเวลา เป็นต้น
       > ผู้ว่าจ้างมีพิรุธโดยใช้คำพูดหรือมีกริยาท่าทางผิดปกติต่อเป้าหมาย บางครั้งถึงกับขู่เป้าหมายในลักษณะแจ้งให้ทราบว่าจะให้คนสืบสวน

    แต่ในทุกกรณี นักสืบของเราจะไม่บอกหรือยอมรับเป็นอันขาด เว้นแต่เป้าหมายจะคาดเดาไปเองว่ามีผู้ใดจ้างให้สืบสวน ดังนั้นจะเกิดผลร้ายต่อผู้ว่าจ้างหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับเหตุแวดล้อมหลายประการ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ว่าจ้างกับเป้าหมาย ความเฉลียวฉลาดหรืออุปนิสัยของเป้าหมาย ข้อมูลที่ได้ หรือจะได้จากการสืบสวนจะส่งผลรุนแรงแก่เป้าหมายมากน้อยเท่าใด เป็นต้น

    17 มิถุนายน 2568

อยากใช้บริการนักสืบเอกชนแต่กลัวถูกหลอก จะทำอย่างไรดี ?

  • ควรปฏิบัติในขั้นต้นเท่าที่จะทำได้ เช่น
    1. พยายามเลือกผู้ให้บริการที่เป็นบริษัทจำกัด มีการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิตย์ ระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอย่างชัดเจนในด้านการสืบสวน
    2. ตรวจสอบว่าดำเนินกิจการมานานหลายปีแล้ว อย่างน้อย 3-5 ปี ขึ้นไป
    3. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือจากผลงานหรือสิ่งรับรองต่างๆ รวมทั้งประวัติ หรือประสบการณ์ผู้บริหาร
    4. พูดคุยสอบถามกับพนักงานหรือผู้รับผิดชอบเพื่อทราบแนวความคิดขั้นต้น ในปัญหาของท่านว่าเขาให้คำพูดโม้โอ้อวดหรือไม่ เซ่น รับรองผล100% (ไม่มีงานสืบสวนใดๆ ในโลกนี้สามารถรับรองผล 100% ก่อนลงมือสืบสวน)
    5. ถ้าผู้ให้บริการพยายามนัดแนะจะมาพบท่านเองหรือพบกันข้างนอก โดยบ่ายเบี่ยงการที่ท่านจะไปพบที่ทำงานเขาโดยอ้างว่าเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ท่านควรสงสัยและขอไปดูสำนักงานของเขา เว้นแต่ท่านเป็นฝ่ายต้องการให้เขามาพบเอง
    6. งานบริการเช่นนี้มีความแตกต่างกับงานอื่นมาก จึงอย่าคำนึงถึงราคาถูกเป็นเรื่องแรก ควรคำนึงถึงถึงเหตุผลว่าสมควรหรือไม่ เพราะราคาเท่าใดเขาก็ตกลงเสมอ เนื่องจากเขาจะไม่ทำอะไรให้ท่านเลยหลังจากรับเงินของท่าน

    17 มิถุนายน 2568

หลอกลวงกันอย่างไร ?

  • 1. ตั้งใจหลอกโดยขอรับเงินมัดจำแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย แม้แต่คิดจะทำก็ไม่เคยคิด แต่อาจคิดจะขายข้อมูลของผู้ว่าจ้างให้แก่เป้าหมายหรือขู่กรรโชกเอาเงินจากผู้ว่าจ้างว่าจะเปิดเผยความลับอีกต่อไปด้วย 
    2. ไม่ตั้งใจหลอกแต่รับงานโดยคิดจะทำแต่ทำไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ความเข้าใจ ไม่มีความสามารถ
    พอหรือไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือ จึงโกหกผู้ว่าจ้างไปวันๆ จนกว่าผู้ว่าจ้างจะเบื่อหน่ายเลิกราไป

    17 มิถุนายน 2568

เป็นความจริงหรือไม่ที่มีผู้บอกว่าอาจถูกหลอกลวงหรือแบล๊คเมล์ ถ้าจ้างนักสืบเอกชน ?

  • เป็นความจริง เพราะเคยได้ยินจากลูกค้าบางรายที่มาจ้างบอกว่าเคยถูกหลอกมาแล้ว

    17 มิถุนายน 2568